ไมเคิล คาร์ริค กัปตัน ที แมนฯยูฯ ยอมพูดเป็นครั้งแรกว่า เขาเป็นคนอ้อนวอนสโมสรบอลอังกฤษ อย่าเรียกติดทีมชาติ เนื่องจากรู้สึกห่อเหี่ยวใจทุกคราวยามจำเป็นต้องไปแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับประเทศ

มิดฟิลด์ปีศาจร้ายแดงนับว่าเป็นผู้เล่นที่ทำผลงานสม่ำเสมอกับชมรมมาตลอด พร้อมเป็นตัวต่อชิ้นสำคัญกับจุดสำคัญของทีม ในสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน

ไมเคิล คาร์ริคอย่างไรก็ตาม ดาวเตะวัย 36 กลับไม่ค่อยได้รับช่องทางพิสูจน์ตนเอง ในทีมสิงโตคำราม ท่ามกลางความข้องใจ ของแฟนบอลผู้คนจำนวนมาก ที่ไม่รู้เรื่องหัวข้อนี้ แม้กระนั้น ปัจจุบันเจ้าตัวยอมปริปากแล้วว่า

ผม.. เป็นคนบอกต่อ เอฟเอ เองว่าอย่าเรียกเขา ติดทีมชาติ

หลังผ่านประสบการณ์ฝ่า บอลโลก 2010 ซึ่งเขามิได้รับให้ลงเล่นแม้กระทั้งนาทีเดียว

จากนั้น คาร์ริค ถูกเรียกติด ทีมชาติอังกฤษอยู่ 2 ปี ก่อนที่จะยอมกลับมา ช่วยทีมอีกรอบในปี 2012 พร้อมทำสถิติรับใช้กลุ่มทีมชาติไปทั้งนั้น 34 เกม

ไมเคิล คาร์ริค วอน "เอฟเอ"

คาร์ริค มิดฟิลด์จอมเก๋า ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่ายามที่เขาจำเป็นต้องเดินทางไปรับใช้ กลุ่มชาติอังกฤษ เขาจะรู้สึกหมดหวังจนกระทั่งกับจำเป็นต้องบอกกับทาง สัมพันธ์บอลอังกษ ว่าอย่าเรียกเขาติดกลุ่มอีก

มิดฟิลด์วัย 36 ปีรับใช้กลุ่มสิงโตขู่คำรามมาอย่างช้านานแม้ว่าจะได้โอกาสลงในสนามให้กลุ่มเพียงแค่ 34 เกม เขาเล่าว่า “ผมอยู่กับทีมชาติอังกฤษมานาน แต่ว่าผมรู้สึกทุกข์ใจ ยามที่จำเป็นต้องเดินทางไปกับกลุ่ม ทีมชาติอังกฤษ ส่วนกับแมนฯ ยูฯ ผมไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นช่วง ๆ ปรีซีซั่นสามอาทิตย์หรือใด ๆ ก็ตาม” “แม้แต่กับ ทีมชาติอังกฤษ มันก็เกือบเป็นความห่อเหี่ยวอย่างยิ่งจริง ๆ มันทำให้ผมรู้สึกไม่ดี”

คาร์ริค  คิดจะแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูนี้ เขาให้สัมภาษณ์กับ BBC อีกว่า “ภายหลังบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ผมรู้สึกว่าผมคงจะไปต่อไม่ได้ ผมรู้ ๆ กันดีอยู่แล้วว่ามันเป็นช่องทางสุดพิเศษ (ที่ได้ติด ทีมชาติอังกฤษ) แต่ถึงอย่างไรนั้น ผมไม่อาจจะจัดการกับมันได้อีกต่อไป” “ผมบอกกับเอฟเอ ได้โปรดกรุณาอย่าเรียกผมติดทีมชาติอีกเลย”

แฟน ๆ บอลออนไลน์ คงเข้าใจเขาดี ว่าเพราะเหตุอันใด ในเมื่อเขาได้ เปิดเผยความรู้สึกในใจออกมา ต่อสำนักข่าว BBC ให้แฟนบอล ที่ติดตามเขา ได้ทราบกันถ้วนหน้า